Chi Running คืออะไร? 1
Chirunning, Fashion, Review, Running

Chi Running คืออะไร?

Chi Running คืออะไรนร้า??????

Chirunning เป็นการวิ่งอีกรูปแบบหนึ่งที่เอาหลักความคิดจาก Tai Chi หรือที่เราเรียกว่า “ไทเก๊ก” หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายนั่นคือ การวิ่งแบบไทเก๊ก / ไทเก๊กของการวิ่ง (แล้วแต่การเรียกของแต่ละคนเลย)

โลโก้ของ ChiRunningเกริ่นจบแล้ววันนี้ก็มารู้จักกับ ChiRunning กันนะครับ ChiRunning นี่เป็นเทคนิคการวิ่งที่พัฒนาขึ้นในปี 1999 โดย Danny Dreyer ซึ่งเป็นนักวิ่ง Ultramarathon ชาวอเมริกัน (สำหรับ ultramarathon นี่ก็เป็นการแข่งขันวิ่งที่ระยะไกลว่ามาราธอน โดยจะวิ่งที่ระยะ 50 km, 100 km, 50 mi, 100 mi แต่ส่วนใหญ่จะจัดแข่งขันเน้นไปที่การวิ่ง 100 km สำหรับในไทยรายการดังก็คือ The North Face 100 Thailand ครับ)

คำว่า Chi อ่านว่า ชี่ หมายถึงลมปราณในวรยุทธจีนนั่นแหละครับ (ภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า Ki – คิ) การวิ่งแบบนี้จะเน้นหลักการเคลื่อนไหวเหมือน Tai Chi หรือที่ภาษาไทยเราเรียกว่าไทเก๊ก และจะมีการเน้นเรื่องการควมคุมลมปราณหรือการหายใจในตอนวิ่งด้วยครับ

ChiRunning Image

form การวิ่ง

เนื่องจากการวิ่งแบบ ChiRunning จะมี form หรือ posture ของร่างกายในการวิ่ง และตำแหน่งวางเท้าจังหวะลงพื้นที่จุด center of mass คล้ายกับการวิ่งแบบ Pose Running นอกจากนั้นยังเป็นการวิ่งที่ไม่ใช้การลงเท้าแบบ heel strike เหมือนกันด้วย บางคนก็เลยค่อนข้างสับสนว่าเทคนิคการวิ่ง 2 อย่างนี้มันต่างกันยังไง ว่าตามความเห็นส่วนตัวของผมนนะครับข้อแตกต่างที่เห็นชัดก็คือการวิ่งแบบ ChiRunning จะเน้นเรื่องการวิ่งได้ไกล,ได้นานและการลดการบาดเจ็บ ไม่ได้เน้นเรื่อง performance แบบ Pose Running ครับ

cadence ของการวิ่งแบบ ChiRunning จะมีหลายระดับครับ ในขณะที่แบบ Pose Running จะอยู่ที่ 180 spm (สำหรับนักกีฬาอาชีพจะเกิน 180 spm) ส่วนการลงเท้า Pose Running จะเป็น forefoot strike คือใช้ส่วน ball of foot ในการลงพื้น ในขณะที่ ChiRunning นั้นจะเป็น midfoot strike และนักวิ่งบางท่านอาจจะลงพื้นเป็น flat foot (ลงพื้นไปทั้งฝ่าเท้า)

หลักการของการวิ่งแบบ ChiRunning จะมีอยู่ 6 หัวข้อครับคือ

  • ผ่อนคลายร่างกายในขณะวิ่ง (Relaxation)
  • จัดระเบียบร่างกายในการวิ่งให้ถูกต้อง (Correct alignment and posture)
  • ลงพื้นด้วย midfoot หรือ flat foot (Landing with a midfoot strike)
  • เอียงตัวไปข้างหน้าให้แรงโน้มถ่วงช่วยในการวิ่ง (Using a “gravity-assisted” forward lean)
  • ใช้แรงขับเคลื่อนจากศูนย์กลางของร่างกาย (Engaging core strength for propulsion)
  • ประสานร่างกายและจิตใจในการวิ่งเพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บ (Connecting the mind and body to prevent injury)

รูปแบบการวิ่งจากการที่ลองดูในคลิปคือ ให้เอียงตัวไปด้านหน้าตัวเราก็เหมือนจะล้ม จากนั้นก็ก้าวขาไปข้างหน้าเพื่อพยุงไม่ให้ตัวเราล้มในขณะที่ตัวก็ยังเอียงอยู่ แล้วก็ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยให้มี form ที่ถูกแล้วก็เน้นการหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลองศึกษาเพิ่มเติมดูจากคลิปด้านล่างนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *